ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง คือ การประกันความเสียหายของสินค้าและเรือในระหว่างการขนส่งสินค้า ประกันภัยทางทะเลแทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของประกันภัยเลยก็เป็นได้ เนื่องจากในสมัยก่อนที่พ่อค้า นายทุนต้องขนส่งสินค้าจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งเพื่อใช้ในการค้าขายต่างๆ ในสมัยนั้นการขนส่งสินค้าทางทะเลแทบจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุดในการค้าขายระหว่างประเทศและเนื่องจากการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่งเป็นเวลานานเป็นวันเป็นเดือนซึ่งในระหว่างการอยู่ในทะเล เรือขนส่งอาจจะมีโอกาสเจอกับอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นลมพายุ โขดหิน คลื่นทะเล หรือฟ้าฝ่า ซึ่งทำให้สินค้าบนเรือเกิดการเสียหายหรือแย่ที่สุดก็คือเรือล่มกลางทะเล ทำให้พ่อค้า หรือเจ้าสินค้าบนเรือลำนั้นแทบจะเรียกได้ว่าล้มละลายเลยก็เป็นได้ เนื่องจากมูลค่าการเสียหายที่เสียไปถือว่าหนักมาก จึงเกิดการรวมกลุ่มกันของนักธุรกิจ นายทุน และพ่อค้า ก่อตั้งเป็นกลุ่มประกันภัยสินค้าทางทะเลชื่อว่า ลอยล์ และเริ่มมีการร่างสัญญากรมธรรม์ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเลขึ้น เพื่อประกันความเสียหายจากการขนส่งสินค้าทางทะเลขึ้นมา และหลังจากนั้นก็เริ่มมีการประกันภัยประเภทอื่นๆเกิดขึ้นมา จึงแทบจะถือได้ว่าการประกันภัยทางทะเลถือเป็นต้นกำเนิดของประกันภัยประเภทอื่นๆได้เลย

marine insurance

ในปัจจุบันนี้ถ้าถามว่าการประกันภัยทางทะเลและการขนส่งสำคัญมั้ย คำตอบก็คือสำคัญมาก เนื่องจากในปัจจุบันประกันภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้าสามารถขยายไปถึงการคุ้มครองสินค้าระหว่างการขนส่งทางรถยนต์และทางเครื่องบินได้ด้วย และการขนส่งสินค้าในปัจจุบันส่วนใหญ่นั้นก็ยังใช้พาหนะทางเรือในการขนส่งสินค้าจำนวนมากๆ ซึ่งแน่นอนเราไม่สามารถคาดเดาถึงเหตุไม่คาดฝันหรือสภาพอากาศ ภูมิประเทศในท้องทะเลได้ อุบัติเหตุต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งนั้นความเสียหายไม่ต่ำกว่าหลักล้านถึงสิบถึงร้อยล้านขึ้นไป อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเหล่านี้หลายๆคนอาจจะคิดว่าอาจจะคิดว่าไกลตัวหรืออาจจะไม่เกิดกับตัวเอง แต่การทำประกันภัยก็ถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจและมั่นคงให้กับธุรกิจของเราจากความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เรือขนส่งสินค้าได้ประสบลมพายุทำให้สินค้าเสียหายหรือสูญหายไปมูลค่า 30 ล้านบาท เหตุการณ์แบบนี้สามารถพบได้บ่อยมาก ถ้าเจ้าของสินค้าได้ทำประกันภัยทางทะเลไว้เจ้าของสินค้าก็จะได้รับเงินคืนจากประกันภัยตามมูลค่าของที่เสียหายไป แต่ถ้าเจ้าของสินค้าไม่ได้ทำประกันไว้ก็ต้องขาดทุนเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท นี่เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้การประกันภัยมีความสำคัญเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นสำหรับธุรกิจ หรือส่วนบุคคล

ประกันภัยทางทะเล

การเลือกทำประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ในการทำประกันภัยทางทะเลและการขนส่งนั้นเราควรจะคำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าของประเภทประกันภัยที่เราเลือกใช้กับสินค้าที่เราใช้ขนส่ง ถ้าถามว่าคุ้มมั้ยกับการที่เราต้องยอมเสียเงินเพิ่มเพื่อทำประกันภัย คำตอบนั้นคงอยู่ที่ตัวผู้ทำประกันเองว่าต้องการหลักประกันความมั่นใจมั้ยกับการเสียเงินเพิ่มจากมูลค่าสินค้าไม่ถึง 0.3 % กับความปลอดภัยจากภัยต่างๆหรือแม้กระทั่งความเสียหายจากผู้ประสงค์ร้าย อีกทั้งการทำประกันภัยทางทะเลและขนส่งทางประกันภัยจะมีการตรวจสอบสภาพเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าและสภาพสินค้า น้ำหนักทั้งต้นทางและปลายทาง ซึ่งก็เหมือนกับเป็นการดูแลสินค้าให้เราด้วยทำให้เรามั่นใจได้แน่นอนว่าสินค้าที่เราขนส่งจะถึงที่หมายและไม่สูญหาย

อีกสิ่งสำคัญสำหรับการทำประกันภัยคือ ควรจะทำประกันภัยผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย ไม่ควรที่จะทำผ่านบริษัทประกันภัยโดยตรง เนื่องจากการทำประกันภัยผ่านโบรกเกอร์ประกันภัยผู้ทำประกันภัยจะได้ราคาที่ถูกกว่าการทำผ่านบริษัทประกันภัยโดยตรง อีกทั้งยังสามารถต่อรองข้อคุ้มครองและข้อยกเว้นผ่านโบรกเกอร์ประกันภัยได้ง่ายกว่าผ่านบริษัทประกันภัยเพราะโบรกเกอร์ประกันภัยนั้นจะเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านประกันภัยและสามารถนำข้อตกลงต่างๆไปต่อรองกับทางประกันภัยแทนลูกค้าและยังมีผลไปถึงการเคลมในกรณีที่เกิดความเสียหายเพราะโบรกเกอร์ประกันภัยจะทำหน้าที่เสมือนตัวแทนและที่ปรึกษาของลูกค้าที่ทำประกันภัยผ่านโบรกเกอร์นั้นๆ ทำให้ลูกค้าที่ไม่มีความรู้ทางด้านประกันภัยไม่โดนเอาเปรียบจากประกันภัยได้และโบรกเกอร์ประกันภัยสามารถคุยและเรียกร้องกับบริษัทประกันภัยได้ง่ายกว่า

สำหรับประเภทของการประกันภัยทางทะเลและขนส่งนั้นแบ่งออกเป็นสามประเภทคือ คอร์ส A B และ C ซึ่งคอร์ส A นั้นจะมีการคุ้มครองมากที่สุดและราคาสูงที่สุดคอร์ส B นั้นจะมีการคุ้มครองน้อยกว่าคอร์ส A แต่ราคาจะต่ำกว่าคอร์ส A ในข้อสุดท้ายคอร์ส C นั้นจะมีการคุ้มครองน้อยที่สุดแต่ราคาก็จะต่ำที่สุดด้วย สามารถดูรายละเอียดของประเภทประกันภัยทางทะเลได้ที่หน้า ประเภทประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
สิ่งสุดท้ายที่ควรคำนึงถึงคือการเลือกใช้บริษัทประกันภัย เนื่องจากบริษัทประกันภัยแต่ละแห่งก็จะมีกฏระเบียบของตนเอง บางบริษัทอาจจะเบี้ยประกันราคาถูก แต่เวลาเคลมก็จ่ายเงินยากมาก บางบริษัทอาจจะเบี้ยราคาแพงหน่อยแต่เวลาเคลมจะไม่เรื่องมาก ตรงส่วนนี้ผู้ทำประกันควรจะปรึกษาโบรกเกอร์ประกันภัยช่วยในการจัดหาให้และการขนส่งสินค้าแต่ครั้งนั้นมูลค่าในการขนส่งสินค้าแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะ เกิน 10 ถึง 100 ล้านบาทขึ้นไปจึงควรจะเลือกใช้ผู้ที่มีความรู้ทางด้านประกันภัยมาช่วยให้คำ ปรึกษาและแนะนำจึงจะดีที่สุด

สำหรับโบรกเกอร์ประกันภัยนั้นควรจะเลือกหาโบรกเกอร์ประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือ มีความรู้ กว้างขวาง เป็นที่ปรึกษาได้ และบริการดีในการเลือกทำประกันภัยในส่วนนี้ต้องขอแนะนำโบรกเกอร์ประกันภัย A.U.S. Insurance Broker เนื่องจากบริษัทนี้มีผู้ใหญ่ที่ให้ที่ปรึกษาที่มีความรู้สามารถมาก และรู้จักกับบริษัทประกันภัยกว้างขวางและมีผลงานที่ดี